บทสรุปงานวิจัย
งานเล่าวิทยาศาสตร์ในผับที่กรุงเทพฯ คนมาเพราะสนใจอยู่แล้ว ให้คะแนนสูง และบอกว่าได้ความรู้ใหม่ แต่คืนเดียวที่พูดภาษาไทยมีคนมาน้อยที่สุด

สรุปจากบทความ
Evaluation of the Pint of Science festival in Thailand
ดร.พยู ฮนิน ไหล่ (Rashida) · PLOS ONE · 2019
งานนี้ถามอะไร
เทศกาล Pint of Science คือการให้นักวิจัยเล่างานของตัวเองสั้นๆ ในผับหรือร้านกาแฟ เริ่มในอังกฤษปี 2556 และจัดครั้งแรกในเอเชียที่กรุงเทพฯ ปี 2560 งานนี้ถามว่าคนที่มาเป็นใคร มาทำไม ได้อะไรกลับไป ทั้งฝั่งคนฟังและฝั่งนักวิจัยที่ขึ้นพูด และควรปรับอะไร — เป็นการประเมินอย่างเป็นระบบครั้งแรกของงานแบบนี้ในประเทศไทย
ทำอย่างไร
ปี 2561 จัด 6 วัน 18 หัวข้อ ใน 4 สถานที่กลางกรุงเทพฯ (กุมภาพันธ์ 1 วัน · พฤษภาคม 4 วัน · สิงหาคม 1 วัน) พูดภาษาอังกฤษ 5 วัน ภาษาไทย 1 วัน หัวข้อละ 12–20 นาที เข้าฟรี มีขนมและเครื่องดื่ม · แจกแบบสอบถาม 180 ชุดในงานเดือนพฤษภาคมและสิงหาคม ได้กลับมาสมบูรณ์ 125 ชุด ถามเหตุผลที่มา การมีส่วนร่วม ความรู้ ความสนใจ ความสนุก และความพอใจด้านสถานที่ วิทยากร เวลา เนื้อหา และโอกาสพูดคุย (8 ข้อ ข้อละ 0–5 รวมเต็ม 40) · สัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง 11 คนและสนทนากลุ่ม 3 คน · เปรียบเทียบคะแนนมัธยฐานระหว่างกลุ่มด้วยสถิติไม่อิงพารามิเตอร์
พบอะไร
- ลงทะเบียนรวม 267 คนใน 6 วัน — คืนเดี่ยวเดือนกุมภาพันธ์มากที่สุด 69 คน ส่วนคืนที่พูดภาษาไทยน้อยที่สุด 13 คน ทั้งที่ประชาสัมพันธ์สองภาษาและจัดในย่านกลางเมืองเหมือนกัน
- ผู้ตอบแบบสอบถามครึ่งหนึ่งเป็นคนไทย (49.6%) และครึ่งหนึ่งทำงานหรือเรียนสายวิทยาศาสตร์ (53.6%) อายุเฉลี่ย 34 ปี · รู้ข่าวจากเพื่อนมากที่สุด 43.2% รองลงมาเฟซบุ๊ก 27.2% · 1 ใน 4 เคยมางานปีก่อน
- เหตุผลที่มาคือสนใจวิทยาศาสตร์ 68.0% อยากเรียนรู้ 46.4% และมาเพื่อความสนุก 44.8% · 69.6% บอกว่าได้รู้จักคนใหม่ 58.4% ได้แลกเปลี่ยนความรู้ แต่มีเพียง 28.2% ที่ถามคำถามในงาน
- คะแนนรวมมัธยฐาน 35 จาก 40 และคนที่มาเพราะสนใจวิทยาศาสตร์ (35.2 เทียบ 33.6) มาเพื่อความสนุก (35.5 เทียบ 34.0) หรืออยากเรียนรู้ (35.5 เทียบ 34.0) ให้คะแนนสูงกว่าคนที่ไม่ได้มาด้วยเหตุผลนั้นอย่างมีนัยสำคัญ · เพศ อายุ สัญชาติ อาชีพ ช่องทางที่รู้ข่าว และการเคยมาก่อน ไม่ทำให้คะแนนต่างกัน
- ผู้ฟังให้คะแนนความรู้ที่มีอยู่ก่อนเฉลี่ย 2.5 แต่ให้คะแนนความรู้ใหม่ที่ได้ 4.1 จาก 5 — เป็นการประเมินตัวเองหลังงาน ไม่ใช่การทดสอบความรู้
- ฝั่งวิทยากรบอกว่าได้ฝึกทักษะการสื่อสาร ได้เครือข่ายทั้งในและนอกวงวิทยาศาสตร์ งานเป็นที่รู้จักมากขึ้น และอาจเพิ่มโอกาสได้ทุน · ข้อเสนอจากผู้ฟัง: หัวข้อกระจุกอยู่ที่วิทยาศาสตร์การแพทย์และมาจากสถาบันเดียวมากไป ควรร่วมกับสถาบันอื่น โปรโมตในหมู่นิสิตนักศึกษาและบนโซเชียลให้มากขึ้น สถานที่ใหญ่ขึ้น ใกล้รถไฟฟ้า และพักระหว่างหัวข้อนานขึ้น
แล้วยังไงต่อ
สำหรับคนที่จะจัดงานสื่อสารวิทยาศาสตร์ในไทย ตัวเลขบอกสองอย่างพร้อมกัน — รูปแบบนี้ได้ผลดีมากกับคนที่สนใจอยู่แล้ว และยังไปไม่ถึงคนที่อยู่นอกวงนั้น ผู้ฟังส่วนใหญ่อยู่ในสายวิทยาศาสตร์หรือถนัดภาษาอังกฤษ ผู้เขียนเองระบุว่าผู้ชมกลุ่มนี้มีแนวโน้มเป็นคนรายได้ปานกลางถึงสูงและการศึกษาสูง · คืนภาษาไทยที่มีคนน้อยที่สุดจึงไม่ใช่หลักฐานว่าคนไทยไม่สนใจ แต่อาจสะท้อนว่างานถูกออกแบบและกระจายข่าวผ่านเครือข่ายที่พูดอังกฤษเป็นหลัก (ปีก่อนหน้า ผู้บรรยายไทย 2 ใน 3 คนเปลี่ยนไปพูดอังกฤษเองเพราะผู้ฟังทุกคนเข้าใจ) และจัดต่างเวลาต่างย่านจากคืนอื่น การจะขยายฐานผู้ฟังต้องแก้ที่การออกแบบงาน ไม่ใช่รอให้คนมาเอง
ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนนำไปอ้าง
ผู้ประเมินคือทีมผู้จัดงานเอง ซึ่งผู้เขียนระบุว่าไม่เป็นอิสระและเสนอให้ใช้ผู้ประเมินภายนอกในอนาคต · ผู้ตอบเป็นคนที่เลือกมางานเอง และ 55 จาก 180 ชุดตอบไม่ครบ · เป็นการวัดครั้งเดียวทันทีหลังงาน ความรู้ที่รู้สึกว่าได้ไม่ได้แปลว่าได้จริงหรือจะเปลี่ยนพฤติกรรม และผู้เขียนเตือนว่างานแบบนี้อาจไม่ได้สร้างความรู้เท่าทันวิทยาศาสตร์เชิงวิพากษ์ · ไม่ได้เก็บข้อมูลฐานะทางเศรษฐกิจ ข้อสรุปเรื่องกลุ่มรายได้เป็นการอนุมานของผู้เขียน
อ้างอิงงานชิ้นนี้
เลือกรูปแบบแล้วกดคัดลอกไปวางได้เลย
Adhikari, B., Hlaing, P. H., Robinson, M. T., Ruecker, A., Tan, N. H., Jatupornpimol, N., Chanviriyavuth, R., & Cheah, P. Y. (2019). Evaluation of the Pint of Science festival in Thailand. PLOS ONE, 14(7), Article e0219983. https://doi.org/10.1371/journal.pone.0219983
สร้างอัตโนมัติจากข้อมูลทะเบียน DOI · โปรดตรวจความถูกต้องกับคู่มือของสถาบันก่อนส่งงาน
บทความต้นฉบับเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต CC BY 4.0 ลิขสิทธิ์เป็นของผู้เขียนและวารสารต้นทาง ศูนย์ฯ ไม่ได้เก็บสำเนาไฟล์ไว้บนเว็บนี้ ลิงก์ทั้งหมดพาไปยังคลังของวารสารโดยตรง ผู้อ่านจึงได้ฉบับปัจจุบันเสมอแม้วารสารจะออกใบแก้ไขภายหลัง
ส่วน “บทสรุป” บนหน้านี้เป็นงานเขียนของศูนย์ฯ เอง ไม่ใช่ข้อความจากบทความต้นฉบับ หากจะอ้างอิงทางวิชาการ ให้อ้างบทความต้นฉบับผ่าน DOI
อยากทำวิจัยร่วมกับเรา
เราเปิดรับความร่วมมือด้านงานวิจัย การประเมินผลโครงการ และการตีพิมพ์ร่วม
