บทสรุปงานวิจัย
เปลี่ยนวิธีตัดสินใจทางคลินิกด้วยคู่มือหนึ่งเล่มกับอบรมสี่วัน แล้ววัดว่าเปลี่ยนจริงไหม — เปลี่ยน และยังอยู่หลังผ่านไปหนึ่งเดือน

สรุปจากบทความ
Application of PRECEDE-PROCEED Planning Model in Transforming the Clinical Decision Making Behavior of Physical Therapists in Myanmar
ดร.พยู ฮนิน ไหล่ (Rashida) · Frontiers in Public Health · 2019
งานนี้ถามอะไร
นักกายภาพบำบัดในเมียนมาส่วนใหญ่ทำงานตามใบสั่งของแพทย์เป็นหลัก มากกว่าจะประเมินผู้ป่วยด้วยกระบวนการตัดสินใจของวิชาชีพตนเอง คำถามของงานนี้คือจะเปลี่ยนพฤติกรรมนั้นได้ไหม และถ้าจะเปลี่ยน ต้องแก้ที่อะไรกันแน่
ทำอย่างไร
ใช้แบบจำลอง PRECEDE-PROCEED ซึ่งบังคับให้หาสาเหตุก่อนออกแบบการแก้ · ช่วง PRECEDE สำรวจสภาพจริงด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้มีประสบการณ์อย่างน้อย 2 ปี จำนวน 18 คน สนทนากลุ่ม 1 กลุ่ม และแบบสอบถาม แล้ววิเคราะห์เนื้อหาจนได้ 10 หมวด · ช่วง PROCEED สร้างคู่มือการตัดสินใจทางคลินิก 14 บท และจัดอบรมเข้มข้น 4 วันที่นครย่างกุ้ง ผู้เข้าร่วม 34 คน วัดผลสามครั้ง คือก่อนอบรม หลังอบรมทันที และหลังผ่านไปหนึ่งเดือน
พบอะไร
- ต้นตอไม่ได้อยู่ที่ตัวคนทำงาน แต่อยู่ที่วิธีสอนและวัฒนธรรมของที่ทำงาน — ผู้เข้าร่วมเล่าว่าการเรียนเน้นการฟังบรรยายและจำคำตอบที่กำหนดไว้แล้ว ไม่ได้ฝึกชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียของทางเลือกหลายทาง ส่วนในที่ทำงาน การคิดเชิงวิพากษ์บนหลักฐานไม่ได้ถูกสนับสนุน
- ก่อนอบรม การตรวจประเมินเป็นไปแบบคร่าวๆ ตามใบสั่ง แบบทดสอบมาตรฐานถูกใช้ไม่บ่อย และการวัดซ้ำเพื่อดูว่าผู้ป่วยเปลี่ยนไปหรือไม่แทบไม่เกิดขึ้น · ผู้ที่ประสบการณ์น้อยกว่ามีแนวโน้มทำตามใบสั่งโดยไม่ปรับมากกว่าผู้ที่ประสบการณ์มาก
- หลังอบรม สัดส่วนผู้ที่เปลี่ยนวิธีตรวจผู้ป่วยต่างจากเดิมอย่างชัดเจน (Cochran's Q, ไคสแควร์(2) = 62.312, p < 0.0005) และการถามถึงปัจจัยส่วนบุคคล สิ่งแวดล้อม และโรคร่วม ก็ต่างจากเดิมเช่นกัน (ไคสแควร์ = 251.9, p < 0.001)
- ผลไม่ได้หายไปทันทีที่อบรมจบ การวัดซ้ำหลังผ่านไปหนึ่งเดือนยังพบว่าผู้เข้าร่วมคงวิธีการใหม่ไว้
- สิ่งที่เปลี่ยนชัดที่สุดคือลำดับความสนใจ เดิมสิ่งแรกที่จัดการคืออาการปวด หลังอบรมเกือบทุกคนเริ่มถามถึงภาวะสุขภาพโดยรวม การใช้ชีวิตในชุมชน และปัจจัยรอบตัวผู้ป่วยก่อน
แล้วยังไงต่อ
สำหรับคนที่ออกแบบการอบรมวิชาชีพ บทเรียนอยู่ที่ลำดับของงาน — งานนี้ไม่ได้เริ่มจากการเขียนหลักสูตร แต่เริ่มจากการหาว่าอะไรคือปัจจัยนำและปัจจัยเสริมที่ทำให้พฤติกรรมเดิมดำรงอยู่ แล้วจึงออกแบบเนื้อหาให้ตรงกับสิ่งนั้น · และรูปแบบที่ได้ผลคือคู่มือที่ใช้ต่อได้เองควบคู่กับการฝึกลงมือจริง ไม่ใช่การบรรยายอย่างเดียว ซึ่งเป็นสิ่งที่หน่วยงานในประเทศอื่นที่สอนและทำงานในลักษณะใกล้เคียงกันนำไปปรับใช้ได้
ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนนำไปอ้าง
ผู้เข้าร่วม 34 คน ในเมืองเดียว และไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ ความเปลี่ยนแปลงที่วัดได้จึงบอกไม่ได้ว่ามาจากการอบรมล้วนๆ · การติดตามยาวที่สุดคือหนึ่งเดือน ยังตอบไม่ได้ว่าอยู่ได้นานแค่ไหน · สิ่งที่วัดคือวิธีทำงานที่ผู้เข้าร่วมรายงานและตอบในแบบประเมิน ไม่ใช่ผลที่เกิดกับผู้ป่วย · ข้อมูลเก็บในปี 2560–2561 · บทสรุปนี้เล่าสภาพการทำงานตามที่งานวิจัยบันทึกไว้ในช่วงเวลานั้น ไม่ใช่คำตัดสินต่อวิชาชีพหรือต่อประเทศใด
อ้างอิงงานชิ้นนี้
เลือกรูปแบบแล้วกดคัดลอกไปวางได้เลย
Hlaing, P. H., Sullivan, P. E., & Chaiyawat, P. (2019). Application of PRECEDE-PROCEED planning model in transforming the clinical decision making behavior of physical therapists in Myanmar. Frontiers in Public Health, 7, Article 114. https://doi.org/10.3389/fpubh.2019.00114
สร้างอัตโนมัติจากข้อมูลทะเบียน DOI · โปรดตรวจความถูกต้องกับคู่มือของสถาบันก่อนส่งงาน
บทความต้นฉบับเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต CC BY 4.0 ลิขสิทธิ์เป็นของผู้เขียนและวารสารต้นทาง ศูนย์ฯ ไม่ได้เก็บสำเนาไฟล์ไว้บนเว็บนี้ ลิงก์ทั้งหมดพาไปยังคลังของวารสารโดยตรง ผู้อ่านจึงได้ฉบับปัจจุบันเสมอแม้วารสารจะออกใบแก้ไขภายหลัง
ส่วน “บทสรุป” บนหน้านี้เป็นงานเขียนของศูนย์ฯ เอง ไม่ใช่ข้อความจากบทความต้นฉบับ หากจะอ้างอิงทางวิชาการ ให้อ้างบทความต้นฉบับผ่าน DOI
อยากทำวิจัยร่วมกับเรา
เราเปิดรับความร่วมมือด้านงานวิจัย การประเมินผลโครงการ และการตีพิมพ์ร่วม
