สรุปบทความเชิงแนวคิด

มหาวิทยาลัยไทยทำงานสื่อสารสิ่งแวดล้อมในหกบทบาท และผู้เขียนเสนอว่านักวิชาการเป็นกลางในเรื่องนี้ไม่ได้

ภาพประกอบกระดาษ ต้นไม้กระดาษสีเขียวอ่อนต้นเดียว ลำต้นแตกเป็นกิ่งใหญ่สามกิ่ง มีรากโผล่ให้เห็นที่โคน

สรุปจากบทความ

Roles of Universities and Academic Researchers in Environmental Communication in Thailand

ผศ.ดร.ธีรดา จงกลรัตนาภรณ์ · Multi-Stakeholder Contribution in Asian Environmental Communication · 2024

บทความเชิงแนวคิด

งานชิ้นนี้เป็น ข้อเสนอเชิงทฤษฎี ไม่ได้เก็บข้อมูลเชิงประจักษ์ สิ่งที่อ่านต่อไปนี้จึงเป็นการให้เหตุผลของผู้เขียน ไม่ใช่ผลการวัด — น้ำหนักของมันอยู่ที่ความสมเหตุสมผลของข้อโต้แย้ง ไม่ใช่ที่ขนาดตัวอย่างหรือค่าสถิติ · ข้อเสนอเป็นของผู้เขียน ไม่ใช่จุดยืนของศูนย์ฯ

งานนี้ถามอะไร

มหาวิทยาลัยและนักวิจัยไทยมีบทบาทอย่างไรในการสื่อสารเรื่องสิ่งแวดล้อม จุดยืนแบบใดกำกับงานวิจัยของพวกเขา ใช้ช่องทางใด และต้องชั่งน้ำหนักเรื่องใดบ้าง — บทหนึ่งในหนังสือรวมบทความว่าด้วยการสื่อสารสิ่งแวดล้อมในเอเชีย

ให้เหตุผลอย่างไร

บทความภาพรวมเชิงแนวคิด ไม่มีการเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ · ใช้กรอบหกบทบาทของมหาวิทยาลัยจากรายงานของสมาคมมหาวิทยาลัยแถบแปซิฟิก (2560) กรอบการสื่อสารสิ่งแวดล้อมของกาญจนา แก้วเทพ และหน้าที่สองแบบของการสื่อสารสิ่งแวดล้อมตาม Cox และ Pezzullo แล้วประกอบด้วยตัวอย่างจากมหาวิทยาลัยไทยและวิทยานิพนธ์ระดับบัณฑิตศึกษาของไทย

เสนออะไร

  • หกบทบาทพร้อมตัวอย่างไทย — ผู้ให้การศึกษา (หลักสูตรสิ่งแวดล้อมที่มีวิชาการสื่อสารอยู่ในนั้น) · ผู้สร้างความรู้ (สถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมที่ตั้งตั้งแต่ปี 2517) · ผู้แก้ปัญหาสังคม (ยุทธศาสตร์ปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593) · นวัตกร (ผลิตภัณฑ์ลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก) · ผู้เชื่อมโยง (โครงการร่วมกับหน่วยงานสหประชาชาติ เมือง และหมู่บ้าน) · ผู้นำการเปลี่ยนแปลง (แผนลดขยะในมหาวิทยาลัยร้อยละ 30 ในห้าปี)
  • งานวิจัยไทยสะท้อนจุดยืนสามแบบ — สายอนุรักษ์ มองว่าพฤติกรรมบุคคลคือต้นเหตุ จึงศึกษาการรับรู้ ทัศนคติ และประสิทธิผลของแคมเปญ ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดของงานไทย · สายปฏิรูป ทำงานระดับนโยบายและวิเคราะห์การนำเสนอข่าวสิ่งแวดล้อมของสื่อ เริ่มปรากฏราวปี 2530 · สายถอนราก ใช้ทฤษฎีวิพากษ์และวัฒนธรรมศึกษา เน้นกลุ่มชายขอบและพิธีกรรมท้องถิ่น เช่น พิธีกรรมอนุรักษ์แม่น้ำของชุมชนไทยวน
  • หน้าที่สองแบบและวิธีสามแบบ — หน้าที่เชิงปฏิบัติ (ให้ความรู้ เตือน ช่วยแก้ปัญหา) และหน้าที่เชิงประกอบสร้าง (จุดยืนของมหาวิทยาลัยกำหนดว่า “สิ่งแวดล้อม” หมายถึงอะไร) · วิธีการคือสื่อมวลชน (อาจารย์เป็นโฆษก) · การประชาสัมพันธ์ (วิจัยประเด็น ตั้งวัตถุประสงค์ เลือกสื่อ และประเมินสี่ระดับตั้งแต่ผลผลิตถึงผลกระทบ) · และขบวนการสิ่งแวดล้อม (อาจารย์ร่วมกับนิสิตคัดค้านแผนพัฒนาพื้นที่ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่กระทบชุมชนและศาลเจ้าเก่าแก่)
  • สามเรื่องที่ต้องชั่งน้ำหนัก — ผู้สอนกับผู้อำนวยความสะดวก (วัฒนธรรมไทยวางอาจารย์ไว้บนสุด แต่การสื่อสารต้องฟังก่อน) · ผู้รักกับผู้เกลียดประเด็นสิ่งแวดล้อมในหมู่ผู้รับสาร · และวาทกรรม “สิ่งแวดล้อมที่ดีกว่า” กับ “ไม่เคยเป็นเรื่องสิ่งแวดล้อม” ซึ่งโทษโครงสร้างสังคมเป็นต้นเหตุ
  • ข้อสรุปของผู้เขียนคือเป็นกลางไม่ได้ — “เราเป็นได้เพียงผู้สร้างปัญหาหรือผู้ให้ทางแก้” และมหาวิทยาลัยต้องเป็นผู้นำ ไม่ใช่ผู้ยืนดู

ทำไมข้อเสนอนี้จึงสำคัญ

เป็นแผนที่สำหรับคณะนิเทศศาสตร์ที่กำลังตัดสินใจว่าจะวางงานสิ่งแวดล้อมไว้ตรงไหน — เลือกบทบาท ระบุจุดยืน (บทความชี้ว่างานไทยส่วนใหญ่อยู่สายอนุรักษ์ คำถามสายปฏิรูปและสายถอนรากจึงยังว่าง) และเลือกวิธีพร้อมการประเมิน · สำหรับนิสิต ท้ายบทคือรายการวิทยานิพนธ์ไทยที่ครอบคลุมทั้งสามจุดยืน

ข้อควรรู้ก่อนนำไปอ้าง

บทความภาพรวมโดยผู้เขียนคนเดียว ตัวอย่างส่วนใหญ่มาจากมหาวิทยาลัยแห่งเดียวและวิทยานิพนธ์ของคณะเดียว ไม่ใช่การทบทวนอย่างเป็นระบบ ไม่มีจำนวนนับ · ตัวเลขอย่างประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ลดฝุ่นอ้างจากประกาศของมหาวิทยาลัยเอง · ข้อสรุปว่านักวิชาการเป็นกลางไม่ได้เป็นจุดยืนของผู้เขียน ไม่ใช่ของศูนย์ฯ · หนังสือเล่มนี้สงวนลิขสิทธิ์ เว็บจึงไม่เก็บสำเนา

อ้างอิงงานชิ้นนี้

เลือกรูปแบบแล้วกดคัดลอกไปวางได้เลย

Chongkolrattanaporn, T. (2024). Roles of universities and academic researchers in environmental communication in Thailand. In Multi-Stakeholder Contribution in Asian Environmental Communication (pp. 21-35). Routledge. https://doi.org/10.4324/9781032670508-4

สร้างอัตโนมัติจากข้อมูลทะเบียน DOI · โปรดตรวจความถูกต้องกับคู่มือของสถาบันก่อนส่งงาน

ลิขสิทธิ์ของบทความต้นฉบับเป็นของผู้เขียนและวารสารต้นทาง ศูนย์ฯ ไม่ได้เก็บสำเนาไฟล์ไว้บนเว็บนี้ ลิงก์ทั้งหมดพาไปยังคลังของวารสารโดยตรง ผู้อ่านจึงได้ฉบับปัจจุบันเสมอแม้วารสารจะออกใบแก้ไขภายหลัง

ส่วน “บทสรุป” บนหน้านี้เป็นงานเขียนของศูนย์ฯ เอง ไม่ใช่ข้อความจากบทความต้นฉบับ หากจะอ้างอิงทางวิชาการ ให้อ้างบทความต้นฉบับผ่าน DOI

อยากทำวิจัยร่วมกับเรา

เราเปิดรับความร่วมมือด้านงานวิจัย การประเมินผลโครงการ และการตีพิมพ์ร่วม