บทสรุปงานวิจัย

สื่อรัสเซียรายงานการสอบสวนเรื่องแทรกแซงเลือกตั้งสหรัฐฯ โดยปฏิเสธข้อกล่าวหาในข้อความร้อยละ 86 และไม่มีข้อความใดเลยที่ยอมรับแม้ในเชิงสมมติ

ภาพประกอบกระดาษ ประตูสีน้ำเงินหม่นสามบานตั้งเรียงกัน ปิดสนิททุกบาน สูงไล่ระดับกัน

สรุปจากบทความ

Trump, Mueller Investigation, and Alleged Russian Election Meddling: Russian Media Coverage in 2017-2019

รศ.ดร. Pavel Slutskiy · American Behavioral Scientist · 2020

งานนี้ถามอะไร

หลังการเลือกตั้งสหรัฐฯ ปี 2559 มีข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลรัสเซียแทรกแซงเพื่อช่วยทรัมป์ นำไปสู่การสอบสวนของอัยการพิเศษมูลเลอร์และรายงานที่เผยแพร่ในปี 2562 · งานนี้ถามว่าสื่อรัสเซียเล่าเรื่องนี้ให้คนในประเทศฟังอย่างไร ทั้งท่าทีต่อทรัมป์ ท่าทีต่อข้อกล่าวหา เหตุผลที่ให้ และภาพของสหรัฐฯ ที่ประกอบขึ้นมา — เป็นงานชิ้นที่สามของชุดเดียวกัน

ทำอย่างไร

วิเคราะห์เนื้อหาจากหนังสือพิมพ์รายวันระดับชาติสามฉบับและสถานีโทรทัศน์ของรัฐหนึ่งช่อง เก็บทุกข้อความที่ตรงคำค้น (การเลือกตั้งสหรัฐฯ · รัสเซีย · การแทรกแซงของรัสเซีย · มูลเลอร์ · คณะกรรมาธิการวุฒิสภา ฯลฯ) ระหว่างมกราคม 2560 ถึงกันยายน 2562 จากหอสมุดแห่งชาติและฐานข้อมูลสื่อสองแห่ง ผู้เขียนแปลเอง · ชุดกรอบการปฏิเสธได้จากขั้นตอนแยก — คัดข้อความ 200 ชิ้น ให้ผู้เชี่ยวชาญหกคน (นักข่าวสอง นักภาษาศาสตร์สอง นักสื่อสารการเมืองสอง) เลือกกรอบที่พบบ่อยที่สุดคนละไม่เกินห้า แล้วรวมและถกกันเป็นกลุ่ม · จงใจเพิ่มกรอบก้าวร้าว “คุณพิสูจน์ไม่ได้หรอก แม้ทุกคนรู้ว่าเราทำ” ลงในคู่มือลงรหัสเพื่อตรวจว่ามีจริงหรือไม่

พบอะไร

  • ท่าทีต่อทรัมป์เป็นกลางเกือบทั้งหมด — ข้อความร้อยละ 84.1 ไม่มีการประเมินตัวเขา เป็นบวก 10.9 เป็นลบ 5.0 · สัดส่วนบวกเพิ่มทุกปี (2.5 → 11.6 → 17.8) ส่วนลบแกว่งไม่เพิ่ม (5.0 → 4.5 → 5.9)
  • สื่อแต่ละแห่งต่างกัน — โทรทัศน์ของรัฐเป็นกลาง 91.6 · ฉบับธุรกิจไม่มีข้อความบวกเลยและมีข้อความลบมากที่สุด (8.7) · ฉบับทางการของรัฐบาลบวก 21.7 · แท็บลอยด์บวก 26.9
  • ข้อกล่าวหาเรื่องแทรกแซงถูกปฏิเสธในข้อความร้อยละ 86 (ทั้งตรงและอ้อม) รายงานโดยไม่ถกเถียงร้อยละ 14 และยอมรับร้อยละ 0 — ผลนี้เหมือนกันทุกสื่อและทุกปี · ในบรรดาข้อความที่ปฏิเสธ สัดส่วนที่ปฏิเสธตรงๆ เพิ่มจาก 54.9 ในปี 2560 เป็น 85 ในปี 2562
  • กรอบการปฏิเสธมีสามแบบ — “ไม่มีหลักฐาน ให้สหรัฐฯ เอาหลักฐานมา” ร้อยละ 44.2 (จาก 71.5 ในปี 2560 ลดเหลือ 21.4 ในปี 2562) · “ไม่ใช่เรื่องของเรา ไม่ต้องแก้ตัวให้ใคร” 32.7 (จาก 21.4 เพิ่มเป็น 42.9) · “เป็นเรื่องกุขึ้นเพื่อสร้างปัญหาให้รัสเซีย” 23.1 (จาก 7.1 เพิ่มเป็น 35.7) · กรอบก้าวร้าวที่จงใจใส่ไว้ตรวจ ไม่พบเลยแม้แต่ข้อความเดียว
  • สื่อแต่ละแห่งใช้กรอบคนละแบบ — แท็บลอยด์ใช้กรอบ “เรื่องกุ” ร้อยละ 72 · ฉบับธุรกิจใช้กรอบ “ไม่มีหลักฐาน” 81 · ฉบับรัฐบาลใช้กรอบ “ไม่ใช่เรื่องของเรา” 66 · โทรทัศน์ของรัฐปฏิเสธในข้อความ 98.4
  • เหตุผลที่ให้ว่าทำไมรัสเซียถูกกล่าวหา — ความขัดแย้งภายในสหรัฐฯ และการต่อสู้กับทรัมป์ 47.2 (จาก 32.4 เพิ่มเป็น 61.2) · ความไร้ความสามารถหรือผลประโยชน์ของหน่วยข่าวกรองและนักการเมือง 31.9 (จาก 44.1 ลดเหลือ 12.2) · ความเกลียดชังรัสเซีย 11.8 · อื่นๆ 9.1 · โทรทัศน์ของรัฐเน้นเหตุผลเรื่องความไร้ความสามารถ (55.2) ขณะที่หนังสือพิมพ์ทั้งสามเน้นความขัดแย้งภายในสหรัฐฯ (61 ถึง 69)
  • เครื่องมือทางภาษา — คำปฏิเสธตรงๆ เช่น “ข้อกล่าวหาที่ไร้มูล” ร้อยละ 48.5 · คำอารมณ์แรง เช่น “ฮิสทีเรีย” “หวาดระแวง” 26.8 · การเย้ยหยันและประชด 15.0 · เครื่องหมายคำพูดประชด 9.7 (พุ่งเป็น 22.3 ในปี 2562)
  • ผู้เขียนสรุปว่าไม่มีแนวทางเดียวที่ถูกกำหนดจากส่วนกลาง เพราะแต่ละสื่อเลือกกรอบต่างกัน แต่ภาพของสหรัฐฯ ที่ทุกสื่อประกอบขึ้นตรงกันคือประเทศที่ขัดแย้งกันเอง ไร้ความสามารถ เกลียดรัสเซีย และเป็นอันตรายต่อโลก

แล้วยังไงต่อ

การปฏิเสธไม่ใช่สิ่งเดียวกันเสมอไป งานนี้ให้คำศัพท์สามกรอบ — ไม่มีหลักฐาน · ไม่ใช่เรื่องของเรา · เรื่องกุ — ที่เอาไปลงรหัสการรายงานข้อกล่าวหาของสื่อที่ใกล้ชิดรัฐได้ในทุกประเทศ · สัญญาณที่วัดได้คือการเลื่อนจากกรอบ “เอาหลักฐานมา” ไปสู่กรอบ “ไม่ใช่เรื่องของเรา” เมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งบอกว่าผู้เล่าเลิกโต้แย้งบนพื้นฐานข้อเท็จจริงแล้ว

ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนนำไปอ้าง

บทความไม่รายงานจำนวนข้อความทั้งหมดในตัวอย่าง ตัวเลขร้อยละจึงแปลงกลับเป็นจำนวนชิ้นไม่ได้ · ผู้เขียนลงรหัสเอง ไม่มีค่าความสอดคล้อง (ผู้เชี่ยวชาญหกคนใช้เฉพาะขั้นคัดกรอบ) · มีประโยคหนึ่งในบทความเขียนว่าข้อความร้อยละ 84.1 “มี” การประเมินทรัมป์ ขณะที่ตารางและกราฟทั้งหมดแสดงว่า 84.1 คือส่วนที่ไม่มี บทสรุปนี้ยึดตามตาราง · การวิเคราะห์ตัวบทบอกไม่ได้ว่าผู้ชมเชื่อตาม · งานนี้ศึกษาว่าสื่อปฏิบัติต่อข้อกล่าวหาอย่างไร ไม่ได้ตัดสินตัวข้อกล่าวหา — บทนำของบทความเองระบุว่ารายงานของอัยการพิเศษสรุปว่าการแทรกแซงเกิดขึ้นจริงอย่างเป็นระบบ · บทสรุปนี้ตั้งใจไม่ระบุชื่อสำนักข่าวและบุคคลอื่นนอกจากทรัมป์และชื่อการสอบสวนซึ่งเป็นขอบเขตของงาน

อ้างอิงงานชิ้นนี้

เลือกรูปแบบแล้วกดคัดลอกไปวางได้เลย

Gavra, D., & Slutskiy, P. (2020). Trump, Mueller investigation, and alleged Russian election meddling: Russian media coverage in 2017-2019. American Behavioral Scientist, 65(3), 482-511. https://doi.org/10.1177/0002764220978455

สร้างอัตโนมัติจากข้อมูลทะเบียน DOI · โปรดตรวจความถูกต้องกับคู่มือของสถาบันก่อนส่งงาน

ลิขสิทธิ์ของบทความต้นฉบับเป็นของผู้เขียนและวารสารต้นทาง ศูนย์ฯ ไม่ได้เก็บสำเนาไฟล์ไว้บนเว็บนี้ ลิงก์ทั้งหมดพาไปยังคลังของวารสารโดยตรง ผู้อ่านจึงได้ฉบับปัจจุบันเสมอแม้วารสารจะออกใบแก้ไขภายหลัง

ส่วน “บทสรุป” บนหน้านี้เป็นงานเขียนของศูนย์ฯ เอง ไม่ใช่ข้อความจากบทความต้นฉบับ หากจะอ้างอิงทางวิชาการ ให้อ้างบทความต้นฉบับผ่าน DOI

อยากทำวิจัยร่วมกับเรา

เราเปิดรับความร่วมมือด้านงานวิจัย การประเมินผลโครงการ และการตีพิมพ์ร่วม